คนในข่าว

“ศรราม น้ำเพชร”จากลิเกขวัญใจแม่ยก สู่ศรัทธาโปรยทานงานบวชเงินล้าน

ข่าวการแจ้งความประสงค์จากบรรดาแม่ยกที่ขอทำบุญโปรยทานด้วยเงินจำนวนรวม ๆกันแล้วเรือนล้านในงานบวชของ “ศรราม เอนกลาภ” หรือ “ศรราม ลูกท่าเรือ” หรือ “แบงก์” พระเอกลิเกเจ้าเสน่ห์ของคณะศรราม น้ำเพชร ณ วัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นชิงพื้นที่ข่าวบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในฉับพลันทันใด พร้อม ๆกับคำถามที่ตามมามากมาย

พระพุทธโฆษาจารย์ “ประยุทธ์ ปยุตฺโต” “สมเด็จ” รูปแรกในรัชกาลที่ 10

สาธุ ๆ ๆ คำเปล่งเสียงที่บรรดาพุทธศาสนิกชนต่างชื่นชม และร่วมอนุโมทนาทันทีที่มีพระราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะเจ้าคณะรอง รวม 159 รูป เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม 2559 โดยหนึ่งในนั้นที่ถูกกล่าวขานถึงก็คือ สมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป ได้แก่พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ที่ได้รับแต่งตั้งเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ในราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏ ที่ “พระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุลสุนทรนายก ปาพจนดิลกวรานุศาสน์ อารยางค์กูร พิลาสนามานุกรม คัมภีรญาณอุดมวิศิษฏ์ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี อรัญวาสี”

“ไม่ได้มาเพราะปาฏิหาริย์” พ.ท.หญิงแทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ ส.ว.“ลูกครึ่งไทย –อเมริกัน”คนแรก

เป็นปรากฏการณ์ช็อกโลกที่ทำให้ใครต่อใครต้องจดจำไปตราบนานเท่านาน สำหรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่เพิ่งผ่านมา เพราะงานนี้ทำเอาปากกาเซียนหักกันเกลื่อนบนโต๊ะวิเคราะห์ เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน กวาดคะแนนเสียงไปอย่างท่วมท้นมีชัยชนะต่อ นางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต กระทั่งในท้ายที่สุดนางฮิลลารีต้องประกาศยอมรับกับความพ่ายแพ้ และในคราวเดียวกันผลการเลือกตั้งวุฒิสภา หรือส.ว.ในรัฐอิลลินอยส์ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ เมื่อผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต อย่าง พ.ท.หญิง แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ ลูกครึ่งไทย – อเมริกัน ชนะการเลือกตั้ง “มาร์ค เคิร์ค” เจ้าของตำแหน่งเดิมจากพรรครีพับลิกัน นับเป็นสตรีเชื้อสายเอเชียคนที่สอง ที่ได้นั่งเก้าอี้วุฒิสภาสหรัฐฯ และเธอจะเป็นลูกครึ่งเชื้อสายไทย – อเมริกัน คนแรกที่เข้าไปนั่งในวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้คือ “Mazie Hirono” คนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นจากรัฐฮาวาย ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2556 จวบจนถึงปัจจุบัน

“โอบามา”ยกย่องในหลวง “มิตรที่ใกล้ชิดสหรัฐฯ”

ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทำเนียบขาวได้เผยแพร่แถลงการณ์ของนาย บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในนามของประชาชนอเมริกัน ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยระบุว่า “ในนามของประชาชนแห่งสหรัฐอเมริกา ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานกราบบังคมทูลแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และขอแสดงความเสียใจยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

“สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน” เงาสะท้อนแรงพระราชศรัทธา รัชกาลที่ 9

ในห้วงเวลาแห่งความอาลัยของคนไทยทั้งชาติ ต่อการเสด็จสวรรคตของ“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระบรมโกศ” พระนามของ“สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” พระมหากษัตริย์แห่งภูฏาน ก็กลับมาเป็นที่กล่าวขวัญถึงด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งอีกครั้ง เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์แห่งภูฏานพระองค์นี้ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้พสกนิกรทั่วราชอาณาจักรภูฏาน รวมทั้งวัดทั่วประเทศ ร่วมสวดมนต์และตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเพื่อให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง พร้อมกันนั้นยังทรงแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชวงศ์และประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ก่อนหน้าการประกาศข่าวการเสด็จสวรรคต

“พาตีเมาะ สะดียามู” หญิงมุสลิมคนแรกในไทยขึ้นรองผู้ว่าฯพัทลุง

เป็นข่าวคราวที่ค่อนข้างเงียบ แต่ต้องบอกว่าธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับคำสั่งที่ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งที่ 1103/2559 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม2559 แต่งตั้งข้าราชการในตำแหน่งใหม่ 62 ราย ในจำนวนนี้พบว่า นางพาตีเมาะ สะดียามู ขึ้นรั้งตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ซึ่งถ้าจะไปแล้วตำแหน่งระดับสูงทางด้านปกครองอย่าง “รองผู้ว่าราชการจังหวัด” หากไม่ครบถ้วนตามคุณสมบัติที่เหมาะสมแล้วย่อมยากที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ โดยเฉพาะกับ “สุภาพสตรี”ตำแหน่งนี้นอกจากจะเป็นตำแหน่งด้านการปกครองที่สำคัญแล้ว ยังเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติเพราะผู้หญิงน้อยคนนักที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ แถมเธอยังเป็นสตรีมุสลิมอีกต่างหาก การก้าวเข้ามาสู่ตำแหน่งดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว